คำอุทิศ

posted on 24 Apr 2007 09:11 by mataba  in Diary

ผมเจอน้องต๊อปครั้งแรก ที่คณะ ณ วันแรกของการมอบตัว ที่ผมต้องจดจำหน้าน้องเขาไว้ไม่ใช่เพราะว่าผมมีความพิสมัยในหน้าตาของเขาแต่อย่างใด แต่เพราะด้วยผมมีรหัสนักศึกษาท้ายสามตัวเหมือนน้องเขา ต่างกันแค่ว่าผมเข้ามาก่อนเขาหนึ่งปี และที่น่าจดจำกว่านั้นคือ เพื่อนหลาย ๆ คนในรุ่นผมต่างยื่นมือให้ความช่วยเหลือในการเทคแคร์น้องเขาในช่วงว๊ากน้องอย่างไม่ปราณี ด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจที่หยิบยื่น ผมเลยปล่อยให้พวกเพื่อนผมจัดการกิจดังกล่าวโดยไม่ได้ปฏิเสธใด ๆ

เมื่อวาน ขณะที่หลานพิซซ่ายื่นซองขาวให้แกพ่อของน้องต๊อป พร้อมแนะนำตัวว่าเราคือสายรหัสสายเล็ก ๆ รอยยิ้มของพ่อน้องต๊อปปรากฏความเข้มแข็งออกมา เขาพูดประโยคที่ผมยังจำได้ว่า "พ่อเตรียมทุกอย่างให้ต๊อปไว้เรียบร้อยแล้ว เงินเหล่านี้ไม่เป็นไหร่หรอก" เราต่างยืนยันว่านีเป็นสิ่งที่เราควรจะให้แก่น้องเขา สุดท้ายพ่อรับและขอบคุณ พร้อมประโยคง่าย ๆ ที่ว่า "ขอให้เป็นเพื่อยที่ดีของต๊อปตลอดไปนะครับ"

ผมไม่แน่ใจว่าพิซซ่ามันทำหน้ายังไง แต่ผมยิ้มและบอกพ่อต๊อปได้แค่เพียงว่า "ครับ น้องเขาเป็นคนดีจริง ๆ ครับ"

ในวันที่ผมรับปริญญา น้องต๊อปยื่นมือเขามาช่วยจัดการเรื่องการถ่ายรูปอย่างเต็มใจ เต็มใจจนขนาดผมเสียเงินซื้อฟิลม์ไม่กี่ม้วนให้น้องเขา เพียงเท่านั้น แม้กระทั่งค่าล้างรูปที่ผมน่าจะเสียให้น้องเขาก็กลับไม่เลย ผมไม่เข้าใจในความดีครั้งนั้นเลย บางทีคำว่า ภราดร สามัคคีธรรม ที่ผมถูกขับกล่อมและบังคับร้องอยู่เกือบทุกวันสมัยปีหนึ่ง คือสิ่งนี้ก็ได้

สายรหัสเราสนิทกันมาก สนิทกันจนสายอื่นอิจฉาแกมสงสัยว่า จะเกาะกลุ่มกันทำไมนาน ๆ อย่างนี้ จบกันมาแล้วจนถึงวันนี้ เรายังติดต่อกันอยู่บ้าง ครั้งสุดท้ายที่เราเจอน้องต๊อป คือตอนที่เรานัดกินพิซซ่ากันที่สยาม เราต่างจำกันได้ว่า ต๊อปพาใครสักคนมา ที่เราไม่รู้จัก และก็ไม่ได้แนะนำอะไรเพิ่มเติมมากกว่านั้น

จริง ๆ แล้วสายรหัสเรา มีคนที่ห่างหายจากเราไปหนึ่งคน คือ น้องบีเวอร์ น้องรหัสน้องต๊อป เราต่างอยากรู้ว่าน้องเขาไปไหน และก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนในสายเราหายตัวไปอีก เราไม่ได้ขาดหวังกับมันเลยจริง ๆ

เมื่อวาน ผมเห็นน้องปูแฟนเก่าน้องต๊อปร้องไห้ ผมไม่รู้ว่าความเสียใจในงานศพมีมากแค่ไหน พ่อ แม่ เพื่อน และใครอีกหลาย ๆ คน ต่างเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

น้องต๊อปเป็นคนใจเย็น เพื่อนน้องต๊อปคนนึง (ผมจำได้ว่าน่าจะชื่อ น้องเย) เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ตอนที่เราอยู่ในวัดธาตุทองว่า น้องต๊อปเป็นคนใจเย็น ขับรถไม่เร็ว แต่รถที่สวนมาจากฝั่งตรงข้าม ฟุบหลับไปชั่วขณะเลยหักโค้งเข้ามาประสานงากันกับต๊อป ต๊อปขับโตโยต้า ฝั่งนู้นขับบีเอ็ม คนผิดอยู่รอด เหตุการณ์ครั้งนี้ต่างทำให้เรารู้อยู่สองอย่าง เราควรห่วงกันและกันมากขึ้น และ แม้เราจะระวังตัวให้ดีที่สุดแค่ไหน เราก็สามารถประสบอุบัติเหตุได้

ขณะที่เรียนทำขนมเค้กอยู่ในวันอาทิตย์ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ถ้าผมเลือกได้ผมน่าจะพยายามลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน หรือไม่ก็ไม่รับสาย น้องเน็ตบอกว่า ต๊อปเสียแล้ว ผมลืมทุกอย่างไปชั่วขนาด ปลายสายย้ำซ้ำ ๆ ว่า น้องรหัสพี่อ่ะครับ

ขณะที่ผมรื้อหาเบอร์มือถือของเพื่อน ๆ ในโทรสัพท์มือถือ ผมเห็นเบอร์น้องต๊อป ผมอยากจะลองกดโทรออกดูว่า นี่มันเป็นเรื่องไม่จริง วันนี้คือวันที่ 1 เมษา แต่ผมใจไม่แข็งพอ

ขณะที่ผมโทรไปหาพี่เอ๋ พี่รหัสผม เสียงสั่น ๆ ของพี่เขาทำเอาผมน้ำตาซึมพอควร ผมได้ยื่นแต่พี่แกพูดว่า แกหลอกฉันใช่ไหม?

ผมเดินกลับเข้าไปในห้องเรียน หลังจากนั้นผมจำสูตรอาหารไม่ได้แล้ว ผมปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างอาลัย พลอยนึกถึงรอยยิ้มของน้องเขา น้อยครั้งมากที่เราจะเห็นน้องเขาไม่ยิ้ม

ต๊อป.... ไม่ต้องห่วงนะ พ่อและแม่แกเข้มแข็งขึ้นมากแล้ว และเขายังรักแกอยู่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน แม้เพื่อน ๆ ทุกคนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พวกเขาต่างรับรู้ว่าแกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

สำหรับเรา แกเป็นน้องรหัสคนเดียวและจะยังเป็นน้องรหัสของเราตลอดไป แกยังอยู่ในสายรหัสเรานะต๊อป

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พี่เดือน...

#1 By ตินกานต์ on 2007-04-24 09:34

อืม...เฮ้อ

เขาเป็นน้องรหัสที่ดีของแก และเป็นลุงรหัสที่ดีของฉันเสมอและตลอดไปเช่นกัน

#2 By unknown subject on 2007-04-24 09:45

ไม่รู้จักคุณต๊อป แต่เศร้าใจและเสียใจไปด้วย
ขอไว้อาลัยด้วยนะคะ

#3 By Bew on 2007-04-24 14:07

เป็นกำลังใจให้กับคนที่ยังอยู่อีกเช่นเคย
ขอให้เป็นกำลังใจให้นะครับ สำหรับทุก ๆคน
อืม น้อยครั้งที่ความดีจะถูกถ่ายทอดให้เห็นจากคนดี

#6 By ampai (58.136.50.7) on 2007-05-01 13:26

เราเห็นด้วยกับคุณพี่ระหัสน้องต๊อป ต๊อปเป็นคนดีมั่กๆ เป็นเด็กน่ารัก มีน้ำใจ ร่าเริง แจ่มใส ตลอดเวลา และพอเจอกันทีไรก้อจะยกมือไหว้ พร้อมกับทักทายมาว่า "หวัดดีคร๊าบเจ๊" และคำนี้มักจะมาพร้อมด้วยรอยยิ้ม ตาหยี เห็นเขี้ยว เสมอๆ และเราก้เป็นอีกคนนึงที่เสียใจสุดๆกับการจากไปของน้อง ...ไม่น่าเชื่อว่า เพิงทานข้าวกัน ยังคุยกัน หัวเราะกัน ขำสุดๆกันอยู่หยกๆ และก้อแยกย้ายกันกลับบ้าน .....แต่แล้วไม่ห่างกันเกิน 2 ชั่วโมง ก้อมีโทรศัพท์มาว่า "เฮ้ยย...รู้ยังว่า ต๊อปรถชน?" รู้มั้ยหลังจากรับสายแล้วแทบตกจากที่นอน เราย้ำแล้วย้ำอีกให้พี่ธรรม เช็คข่าวให้ดีว่า จริงมั้ย เพราะเราไม่อยากเชื่อ เรารับไม่ได้ ก้อในเมื่อๆ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา เรายังเห็นหน้ากันอยู่เลย สักพัก พี่ธรรมโทรมาอีกรอบ เสียงเริ่มเครือๆ บอกว่า "แก ชั้นใจไม่ดีว่ะ เพราะโทรเข้ามือถือต๊อป มีคนรับบอกว่า มีอุบัติเหตุ เจ็บหนึ่ง ตายหนึ่ง" ตอนนั้ ก้อภาวนา ขอให้เราเป็นฝ่ายเจ็บ แต่แล้วอีกพักเดียวที่พี่ธรรม โทรมาเป็นครั้งที่ 3 และคำพูดที่ไม่อยากได้ยินคือ " แก...น้องกู ตายแล้ว ไอ้ต๊อปตายแล้ว..." เท่านั้นเองเราแทบทรุด เข่าอ่อน แทบไม่มีแรงลุกขึ้นมาแต่งตัว ..แต่งตัวเพื่อไปหาต๊อปที่ สน. เรารู้ว่า พี่ธรรม เค้าสนิทกับต๊อปมากและเค้าอยู่ที่นั่น ..อยู่กับต๊อปที่นั่น ...เราจึงรวบรวมกำลัง พลังใจทั้งหมด กดโทรศัพท์ หาต่าย เพื่อนอีกคน ซึ่งเพิ่งแยกกันเมื่อไม่ถึง 2 ชั่วโมง พอต่ายรับสาย เราก้อพูดไม่ออก ไม่รู้จะบอกเพื่อนยังงัย เพราะเรารู้ว่า พรุ่งนี้ ต่ายเค้ามีสอบ ซึ่งเป็น ตัวสุดท้าย..และสุดท้ายเราก้อได้แต่ถามว่า " พรุ่งนี้แกมีสอบ ใช่มั้ย " และต่ายคงจะรู้สึกถึงน้ำเสียงของเราที่ เริ่มควบคุมไม่อยู่แล้ว เพื่อนถามว่า เราเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น เราพูดได้คำเดียวว่า ...ต๊อปเค้า...ต๊อปเค้า.... พูดได้คำเดียวจริงๆ แล้วเพื่อนเราก้อถามมาว่า ทำไม ต๊อป เป็นอะไร..ถึงตอนนี้ เราก้อยังพูดไม่ออก.แต่บอกไปว่า เดี๋ยวแกไปเจอชั้นที่ สน.... นะ ต๊อปรถชน ตอนนี้ ร่างอยู่ที่นั่น พี่ธรรม ก้ออยู่ที่นั่น ...และที่สำคัญ แก อย่าขับรถไปนะ ให้นั่งแท๊กซี่ ...เพราะเราไม่อยากเสียอะไรอีกแล้ว และเราก้อคิดว่า เพื่อนเรามันคงไม่สามารถ......และสุดท้ายเราไปเจอกันที่ สน. เจอคุณพ่อ ที่เข้มแข็ง พวกเรา ร้องไห้กัน ไม่อยากเชื่อ รับไม่ได้ ว่าร่างที่อยู่ในรถ มูลนิธิ เป็น คนที่เรารู้จัก และเพิ่งแยกย้ายกันกลับบ้าน ร้องไห้ ร้องไห้ และก้อร้องไห้ จนคุณพ่อเดินเข้ามากอด และบอกว่า เดี๋ยวลูกๆ กลับบ้านไปพักผ่อนก่อนนะ วันนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้ว และไม่ต้องเสียใจ ต๊อปเค้าไปดีแล้วลูก" ยิ่งได้ฟังคุณพ่อ พวกเรายิ่งร้องหนักเข้าไปอีก ...คืนนั้นพวกเรา รอให้เจ้าหน้าที่ลากรถของต๊อปมาถึงสน...เพื่อเอาของบางอย่างในรถต๊อป ให้คุณพ่อ...พอเห็นสภาพของรถ เราไม่อยากคิดเลยว่า ก่อนหน้านั้นที่ น้องเรา ยังนั่งอยู่ในนั้น น้องเรามีสภาพแบบไหน เจ็บปวดรึเปล่า.... ยิ่งเห็นรถ ก้อยิ่งรับไม่ได้ ... แต่แล้ว พวกเราก้อก้อต้องทำใจให้ยอมรับกับการจากไปของน้อง...พวกเราเจอ คุณแม่ ในช่วงสายๆ ที่สน. ตอนนั้น คุณแม่ยังช๊อค ยังไม่สามารถพูดอะไรได้ คุณแม่หน้าซีด มากๆ คุณแม่ได้แต่พูดว่า ...แล้ว แม่จะบอก คนอื่นๆอย่างไร จะบอกคนที่รักต๊อป ยังงัย ว่าเค้าไปแล้ว..เค้าจากเราไปแล้ว " เราฟังแล้วก้ออึ้ง นั่นสิน๊ะ ...จะบอกยังงัยดี เราเชื่อว่าทุกคนก้อคงรับไม่ได้เช่นกัน......

วันนั้นเราก้อไปที่วัด ทำใจอย่างดีแล้ว เลิกร้องไห้ แต่พอ รถตู้มาจอด...แล้วเห็นร่างที่ไร้วิญญาณของน้องถูกยกลงมาจากรถ ...น้ำตาไม่รู้มาจากไหนมากมาย ก้อพร้อมใจกันหลั่งออกมาอีกรอบ คราวนี้มันไม่ไหวจริงๆ นั่งกอดคอร้องไห้กับพี่ธรรม น้ำตามันไม่ยอมหยุดไหล ...เรารู้แต่ว่า มันเป็นความเสียใจสุดสุด คนดีๆ ไม่น่าด่วนจากไป ....ได้ยินว่า คู่กรณี กลับจากงานเลี้ยง แล้วถึงตอนนี้ อาจจะวูบไป หรือยังงัย ...และทำไมเราถึงต้องเป็นฝ่ายสูญเสีย ..ทุกวันนี้ ยังถามตัวเองอยู่เสมอ..ว่า เกิดอะไรขึ้น?

ยังงัยก้อต้องขออนุญาต เจ้าของเรื่อง ขออนุญาตได้พูดถึงน้องที่น่ารักที่สุด ในหน้านี้ พอดีอ่านเจอ แล้วก้อเห็นด้วยกับสิ่งที่ทุกท่าได้แสดงความเห็นมา

ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ เราจะขอจดจำสิ่งต่างๆเหล่านี้ตลอดไปและขอให้น้องต๊อป ไปสู่สุคติ ....

#7 By farmy (58.8.88.209) on 2007-06-16 10:02

#8 By BEAM (58.8.203.149) on 2009-11-01 10:04

#9 By BEAM (58.8.203.149) on 2009-11-01 10:04

#10 By BEAM (58.8.203.149) on 2009-11-01 10:05